โรงเรียนอนุบาลภูเก็ต | การเรียนดี กิจกรรมเด่น เน้นคุณธรรม

คุณครูนิโรธ อรรถธรรม

ชื่อเรื่อง         การพัฒนาแบบฝึกทักษะการคิดเชิงมโนทัศน์โดยใช้ผังความคิดเรื่องแรงและความดันสำหรับนักเรียน   ชั้นประถมศึกษาปีที่  5 โรงเรียนอนุบาลภูเก็ต

ผู้รายงาน      นายนิโรธ   อรรถธรรม

สาขาวิชา     กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์

ปีการศึกษา   2551

บทคัดย่อ

        การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อพัฒนาและหาประสิทธิภาพของแบบฝึกทักษะการคิดเชิงมโนทัศน์โดยใช้ผังความคิด เรื่อง แรงและความดัน สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนอนุบาลภูเก็ต ให้มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/80 เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาวิทยาศาสตร์ ก่อนและหลังการจัดการเรียนรู้ด้วยแบบฝึกทักษะการคิดเชิงมโนทัศน์โดยใช้ผังความคิด เรื่อง แรงและความดันเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาววิทยาศาสตร์ หลังการจัดการเรียนรู้ด้วยแบบฝึกทักษะการคิดเชิงมโนทัศน์โดยใช้ผังความคิด เรื่อง แรงและความดัน  โดยเทียบกับเกณฑ์ที่กำหนด ร้อยละ 70 และเพื่อ ศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อแบบฝึกทักษะการคิดเชิงมโนทัศน์โดยใช้ผังความคิด เรื่อง แรงและความดัน

กลุ่มตัวอย่างในการศึกษา  ได้แก่ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5/2 โรงเรียนอนุบาลภูเก็ต อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต ประจำภาคเรียนที่  2 ปีการศึกษา 2551  จำนวน 48 คน ซึ่งได้มาจากการเลือกกลุ่มตัวอย่างแบบเจาะจง(purposive sampling) ใช้เวลาในการสอน 22 ชั่วโมง เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษาได้แก่ แบบฝึกทักษะการคิดเชิงมโนทัศน์โดยใช้ผังความคิด เรื่อง แรงและความดัน  สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนอนุบาลภูเก็ต  จำนวน 10 แบบฝึก แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาวิทยาศาสตร์ เรื่องแรงและความดัน จำนวน 40 ข้อ  แบบสอบถามความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการจัดการเรียนรู้ด้วยแบบฝึกทักษะการคิดเชิงมโนทัศน์โดยใช้ผังความคิด เรื่อง แรงและความดัน   จำนวน 15  ข้อ แผนการจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ เรื่องแรงและความดันชั้นประถมศึกษาปีที่  5  จำนวน  11 แผน แบบแผนการทดลองครั้งนี้เป็นแบบ One- Group Pretest ? Posttest Design วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ค่าสถิติ ค่าเฉลี่ยเลขคณิตความเบี่ยงแบนมาตรฐานโดยใช้สถิติ t-test Dependent และ One Semple

ผลการศึกษาพบว่า

  1. ได้แก่ แบบฝึกทักษะการคิดเชิงมโนทัศน์โดยใช้ผังความคิด เรื่อง แรงและความดัน  สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนอนุบาลภูเก็ต มีประสิทธิภาพสูงกว่าเกณฑ์ 80/80 โดยมีประสิทธิภาพเท่ากับ 85.90/87.38
  2. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาวิทยาศาสตร์ ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5  ภายหลังได้รับการจัดการเรียนรู้ด้วยแบบฝึกทักษะการคิดเชิงมโนทัศน์โดยใช้ผังความคิด เรื่อง แรงและความดัน  สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ ระดับ  .05
  3. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาวิทยาศาสตร์  หลังการจัดการเรียนรู้ด้วยแบบฝึกทักษะการคิดเชิงมโนทัศน์โดยใช้ผังความคิด เรื่อง แรงและความดัน  สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนอนุบาลภูเก็ต ผ่านเกณฑ์ร้อยละ 70 หรือ 28 คะแนน จากคะแนนเต็ม 40  คะแนน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ  .05
  4. นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนอนุบาลภูเก็ต  มีความพึงพอใจต่อแบบฝึกทักษะการคิดเชิงมโนทัศน์โดยใช้ผังความคิด เรื่อง แรงและความดัน   โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก คิดเป็นค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.44


Rate this item
(0 votes)
back to top